สื่อความจริง

ตุลาคม 19, 2009

กรณีข่าวลืออัปมงคลช่วง 14-15 ตค. 52

Filed under: วิเคราะห์ข่าว — ภูวเดช @ 9:21 pm

ตั้งแต่เช้าวันที่ 14 ตค. 2552 ที่ผ่านมาได้เกิดข่าวลือที่เรียกกันทั่วไปว่า ข่าวอัปมงคล  โดยมีความว่า มีโบรคเกอร์ในประเทศรายหนึ่งซึ่งเป็นสาขาของบริษัทหลักทรัพย์รายหนึ่งในสิงค์โปร์ ให้ข่าวเกี่ยวกับพระอาการของในหลวง ซึ่งทรงพระประชวรอยู่ที่ รพ. ศิริราช โดยอ้างอิงรายงานวิเคราะห์หุ้นของสำนักข่าว Bloomberg ทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจในการลงทุน จึงเทขายกันมาก ท้ายที่สุดหุ้นตกลงไปประมาณ 15 จุดเมื่อปิดตลาด ถึงขนาดต้องมีการแถลงการณ์ถึงพระอาการของในหลวงเพื่อหยุดข่าวลือ และพูดกันไปถึงขนาดว่าเป็นการกระทำของอดีตนายกรัฐมนตรีร่วมกับโบรคเกอร์และสำนักข่าว Bloomberg

แต่มาถึง ณวันที่เขียนบทความนี้ดูเหมือนเรื่องทุกอย่างได้จบลงไปแล้วโดยไม่สามารถจับผู้บงการและผู้ลงมือได้สักราย จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่า สังคมไทยเกิดข่าวลือจนเป็นเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี่ได้อย่างไร

“ข้อความที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นคำพูด, การแสดงความคิดเห็นเท่าที่ปรากฏอยู่ในสังคมไทย ไม่ได้ชี้ว่าแหล่งที่มานั้นเป็นผู้สร้างข่าวลือนั้น”


ลำดับเหตุการณ์

1. เช้าวันที่ 14 ตุลาคม 2552 เวลา 07:44 น. สำนักข่าว Bloomberg ได้ออกข่าววิเคราะห์หุ้นสำหรับตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET)  ดังรายละเอียด http://tinyurl.com/yl4rbua ซึ่งข้อความในรายงานนั้นมีข้อความสำคัญ ที่พูดโดยนาย David Leong ได้พาดพิงถึงพระอาการของในหลวง ที่ทรงรักษาพระองค์ตามคำแนะนำของคณะแพทย์อยู่ที่ รพ.ศิริราช มีผลทำให้ มีการเทขายหุ้นในวันที่ 14 นั้นเป็นอย่างมาก แต่ยังโชคดีที่ผู้เสียหายจากราคาหุ้นตกนั้น ส่วนใหญ่เป็นสถาบันการเงินต่างชาติ

2. ช่วงเย็นของวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2552 เวลา 18:35 น. นายเอกยุทธได้ออกมาให้ความเห็นตามรายละเอียดนี้ http://tinyurl.com/yfcxbo9 โดยพาดหัวข่าวว่า แฉโบรกฯสัญชาติสิงค์โปร์-ชื่อจีน ตัวปล่อยข่าวอัปมงคล ทำตลาดหุ้นไทยดิ่งหนัก รายย่อยแห่เทขาย “เอกยุทธ” แฉมีการช็อต TFEX ตอนเช้าหลายพันสัญญา ก่อนไปปล่อยข่าวลวงที่สิงค์โปร์ และผ่านมายังเมืองไทย ทำช่วงบ่ายหุ้นร่วงหนัก ทั้งที่ช่วงเช้ายังบวกดีๆ จี้ “ขุนคลัง-ตลท.-ก.ล.ต.” เข้ามาตรวจสอบด่วน เพราะถือว่าเลวระยำจริงๆ ที่มาหากินกับ “สถาบัน” และมีข้อความสำคัญว่า “นายเอกยุทธ กล่าวว่า แม้ตนเองจะถือว่าได้ประโยชน์ที่หุ้นตกลงหนักเช่นนี้ แต่รู้สึกเห็นใจรายย่อยที่ต้องตกเป็นเหยื่อ กับข่าวอัปมงคลเช่นนี้ ยืนยันว่า หุ้นที่ตกหนักในวันนี้ มีการเจตนาทำของกลุ่มโบรกเกอร์สัญชาติสิงค์โปร์แต่ชื่อจีน ร่วมกับพวกจ้องล้มล้างสถาบัน”

3. วันที่ 15 ตุลาคม 2552 เวลา 01:50 น. มีผู้นำ link ข่าวของนายเอกยุทธ ข้างต้นไป โพสต์ไว้ที่ http://tinyurl.com/ylmwt2t

หัวข้อ 46818: โบรกฯลอดช่อง-ชื่อจีน ตัวปล่อยข่าว’อัปมงคล’ ได้กำไรจากช็อตTFEX หุ้นดิ่ง (จำนวนคนอ่าน 494 ครั้ง)

มีผู้เข้ามาดูและโต้ตอบกันในขณะที่ตรวจสอบ 494 ครั้ง ที่น่าสังเกตุคือไม่มีผู้ใดสงสัยในที่มาของข่าวเลย

4. วันที่ 15 ตุลาคม 2552 เวลา  17:10:38 มีผู้โพสต์กระทู้นี้ http://tinyurl.com/yhbfsxw

หัวข้อ: ร่วมกันตอบโต้ BROKER ที่ร่วมมือกันปล่อยข่าวอัปมงคล  (อ่าน 798 ครั้ง)

ข่าวลือเริ่มส่งผลถึงผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ คำที่ใช้ยังไม่รุนแรงนัก

5. วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา 18:19 มีผู้โพสต์กระทู้นี้ http://tinyurl.com/ykyju9o

หัวข้อ: รัฐบาลสิงคโปร์ + เทมาเส็ก  ปล่อยข่าวลืออัปมงคล เพื่อทุบตลาดหุ้นไทย  ทำไม ตลาดหลักทรัพย์ไม่แถลงการณ์ประณา

• เลขที่กระทู้ 1472438• เข้าชม 521 คน • ตอบ 18 คน

รัฐบาลสิงคโปร์ + เทมาเส็ก  ปล่อยข่าวลืออัปมงคล
เพื่อทุบตลาดหุ้นไทย   ทำไม ตลาดหลักทรัพย์ไม่แถลงการณ์ประณาม

โดย บริษัทสิงคโปร์ เช่น DBS  KIMENG  ปล่อยข่าวอัปมงคล
เพื่อหวังจะทุบหุ้นไทยและซื้อหุ้นกลับคืนมาในราคาถูก
งานนี้ได้กำไรกันเป็นหมื่นล้านบาท

ทำไมคนไทยไม่ออกแถลงการณ์ประณาม สิงคโปร์และ เทมาเส็กบ้าง
สิงคโปร์ทำธุรกิจไม่สุจริต  ชอบขี้โกง

มาถึงขณะนี้การกล่าวหาเลยไปถึงรัฐบาลสิงค์โปร์, เทมาเส็ก และอดีตนายกทักษิณได้กลายเป็นผู้ต้องหาในเรื่องนี้ ไปอีกเรื่องหนึ่งเรียบร้อยแล้ว


6. วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา 19:56 มีผู้โพสต์ข่าวจากคำพูดของนายเอกยุทธ ที่นี่ http://tinyurl.com/yhhqwud

เลขที่กระทู้ 1472607• เข้าชม 263 คน • ตอบ 4 คน 

แฉโบรกฯสัญชาติสิงค์โปร์-ชื่อจีน ตัวปล่อยข่าวอัปมงคล ทำตลาดหุ้นไทยดิ่งหนัก รายย่อยแห่เทขาย “เอกยุทธ” แฉมีการช็อต TFEX ตอนเช้าหลายพันสัญญา ก่อนไปปล่อยข่าวลวงที่สิงค์โปร์ และผ่านมายังเมืองไทย ทำช่วงบ่ายหุ้นร่วงหนัก ทั้งที่ช่วงเช้ายังบวกดีๆ จี้ “ขุนคลัง-ตลท.-ก.ล.ต.” เข้ามาตรวจสอบด่วน เพราะถือว่าเลวจริงๆ ที่มาหากินกับ “สถาบัน”

วันที่ 14 ต.ค. 2552 นายเอกยุทธ อัญชันบุตร ประธานบริหารเครือโอเรียนเต็ล มาร์ท กรุ๊ป ประเทศอังกฤษ เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นในว่า วันนี้ครบรอบ 36 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลาฯมหาวิปโยค และก็ทำให้ตลาดหุ้นในไทยเกิดผลสะเทือน แม้ว่าในช่วงเช้าดัชนียังอยู่ในแดนบวก แต่เพราะมี “โบรกเกอร์สัญชาติสิงค์โปร์-ชื่อจีน” เป็นผู้ปล่อยข่าว โดยเมื่อเช้านี้ มีการช็อต TFEX (Thailand Futures Exchange : การซื้อขายสัญญาล่วงหน้า) ออกมาหลายพันสัญญา จากนั้นปิดตลาดช่วงเที่ยง ปรากฏว่า มีการปล่อยข่าวในเว็บไซต์ที่สิงค์โปร์ และผ่านมายังเว็บไซต์ในเมืองไทย เกี่ยวกับพระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ไม่เป็นผลดี ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุน จึงแห่เทขายหุ้นออกมา

7. วันที่: 15 ตุลาคม 2552 เวลา 23:12 สำนักข่าว ASTV-ผู้จัดการ ได้โพสต์ คำพูดของนายคำนูณ ไว้ที่นี่ http://tinyurl.com/ygzxu6h

“คำนูณ” เชื่อคนเดือนตุลาฯ สายไม่เอาอำมาตย์ ผสมโรง ปั้นข่าว “ในหลวง” ทรงพระประชวร บิดเบือน ทำตลาดหุ้นร่วง จี้ รบ.หาต้นตอ พร้อมลากคอมาลงโทษ แนะจัดคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาตั้งโต๊ะแถลงอย่างเป็นทางการ เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และกันผู้ไม่หวังดีนำไปเป็นประเด็นป่วน

มีข้อความสำคัญ คือ นายคำนูณ ให้ข้อสังเกตว่า สิ่งที่เกิดขึ้น น่าจะ เกี่ยวข้องกับ 1. เซียนหุ้นขาใหญ่สิงค์โปรปล่อยข่าวเพื่อทุบหุ้น ผสานกับขาใหญ่ในไทย 2. มีขบวนการในไทยร่วมผสมโรง หรือเป็นต้นตอการปล่อยข่าว ผ่านขาใหญ่เซียนหุ้น ทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ เพื่อกดดันให้รัฐบาลยุบสภา ทั้งนี้ตนไม่ขอสันนิษฐานว่า คนปล่อยข่าวเป็นใคร แต่น่าจะเป็นคนเดือนตุลาฯ ที่บางส่วนเป็นนักเล่นหุ้น และบางส่วนก็เป็นหมอ

นายคำนูณพูดมากมาย แต่ทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของคำว่า “น่าจะ”  แต่ได้กล่าวหา “คนเดือนตุลาฯ สายไม่เอาอำมาตย์” ซึ่งไม่แจ้งชัดว่าเป็นใคร แต่ความหมายเป็นนัยถึงใครบางคน ซึ่งถ้ามีการฟ้องร้องก็คงไม่สามารถทำอะไรนายคำนูณได้

8. วันที่ 18 ตุลาคม 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ดังรายละเอียดที่นี่ http://tinyurl.com/yh3uucr และ นายสุเทพ ได้ออกมาพูด เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2552 เวลา 11:30 ช่อง 7 ได้เอามาออกข่า http://tinyurl.com/yh89tpv

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง ยังได้ประนามผู้ที่ปล่อยข่าวลือ จนเกิดความไม่สบายใจในหมู่ประชาชน และเป็นต้นเหตุทำให้ หุ้นตกในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เป็นผู้ทรยศต่อชาติอย่างแท้จริง ซึ่งได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าว สืบสวนหาต้นตอ และหากพบแหล่งของข่าวลือแล้ว จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

เช่นเดียวกับ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ขอประนามผู้ที่เป็นต้นตอการปล่อยข่าวลือ

มาถึงขณะนี้จับได้ว่าเรื่องจริงคือยังไม่รู้ว่าใครทำ แต่ได้กล่าวและตัดสินผู้ถูกกล่าวหากันไปเรียบร้อย บางท่านก็อาศัยกระแสร่วมวงด้วย

การวิเคราะห์

จากข้อความข่าวสารข้างบน พอจะชี้ได้ว่า ตัวข่าวที่ก่อให้เกิดข่าวลือนั้นคือ รายงานวิเคราะห์หุ้นของ นสพ. Bloomberg ที่อ้างคำพูดของนาย David Leong (1) และคำพูดของนายเอกยุทธ (2) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการกล่าวหา “กลุ่มโบรกเกอร์สัญชาติสิงค์โปร์แต่ชื่อจีน ร่วมกับพวกจ้องล้มล้างสถาบัน” ที่เหลือจากนั้นเป็นการเอาข่าวสองชิ้นนั้นมาพูดและแสดงความคิดเห็นกันต่อไป และที่สำคัญทั้งหมด พูดกันบนพื้นฐานของการคาดเดา, พูดกันด้วยความรู้สึก ไม่ได้อ้างอิงข้อมูลที่แท้จริงเลย ซึ่งสะท้อนว่า สังคมไทยยังหูเบา

1. สังคมไทยให้ความเชื่อถือข้อมูลจากนสพ.โดยไม่สอบสว : ข้อความใดที่ถูกนำมาเผยแพร่โดยสำนักข่าวต่างๆ ไม่ว่าจะผ่านนสพ., วิทยุ, โทรทัศน์, หรือแม้แต่ ผ่านเว็บไซต์ ผู้รับกลุ่มหนึ่งจะเชื่อถืออย่างเต็มที่โดยไม่ถามถึงแหล่งที่มาเลย ถึงขนาดเอาไปอ้างอิง และข้อมูลเหล่านั้นมันค่อยๆซึมซาบเข้าไปในความรู้สึกส่วนลึกของผู้รับข่าวสารแล้ว สังเกตได้จากการแสดงออกหลังจากการรับข่าวสาร บางคนถึงขนาดจะไปประท้วงรัฐบาลสิงค์โปร์ ด้วยข้อมูลจากนสพ.

2. สังคมไทยยังอาศัยความรู้สึกในการตัดสินเหตุการณ์ต่างๆ: การกรณีนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมา ก็เพราะสำนัก Bloomberg อ้างถึงพระอาการของในหลวงซึ่งคนไทยเทอดทูนเหนือสิ่งอื่นใด อีกทั้งยังทำให้ราคาหุ้นลดลงไป จึงทำให้คนไทยรู้สึกรุนแรงกว่าปกติ  ในการแสดงความคิดเห็นต่างๆนั้นสะท้อนถึงการใช้ความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง บางกลุ่มตัดสินผู้ถูกกล่าวหาไปแล้ว ในขณะที่บางกลุ่มปกป้องผู้ถูกกล่าวหา แต่ทั้งหมดไม่ได้พูดกันด้วยข้อมูลที่อ้างอิงจากข้อเท็จจริงเลย จึงมักจะจบด้วยการทะเลาะกัน

3. สังคมไทยยังมีการ “ยกตนข่มท่าน” อยู่มาก: ในสังคมไทยแทบจะทุกระดับจะมีคนประเภทที่จะตำหนิคนอื่นเพื่อปัดปัญหาออกไปจากตัวเอง หรือ ตำหนิคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้น โดยเฉพาะผู้มีอำนาจที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องราวต่างๆ เพราะถ้าไม่มีแพะมารับบาปก็ดูเหมือนว่าตัวเองบกพร่องในหน้าที่ จึงต้องขี่กระแสไปด้วย

ข้อเสนอทางออก

เรื่องราวข่าวลือทั้งหลายทั้งหมดข้างต้นนั้นจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าผู้รับข่าวสารมีสติ สังเกตเพียงเล็กน้อยว่า ข่าวหรือข้อมูลที่กำลังรับอยู่นั้นมันควรจะเก็บเอามายึดถือหรือไม่ ข่าวสารที่ผ่านมาจากสื่อประกอบด้วย ข้อเท็จจริง กับ ความเห็น ผู้รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อต้องแยก 2 ส่วนนี้ออกมาให้ได้ ข้อเท็จจริงก็กรองเอาเฉพาะความจริง ส่วนความเห็นก็ต้องพินิจพิเคราะห์ให้ดีต่อไปว่าจะรับเข้ามายึดถือไว้ได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้ ธรรมะของพระพุทธเจ้าเรื่อง กาลามะสูตร สามารถช่วยเราได้ ขอท่านผู้อ่านลองอ่านดูและเตรียมตัวให้พร้อมที่จะรับข่าวสารจากสื่อด้วยสติ เพื่อจะไม่ต้องเป็นเหยื่อในสงครามข่าวสารอีกต่อไป

อย่าลืม วัวควายไม่เคยจ่ายเงินให้คนเอาเชือกไปจูงจมูกมัน แต่คนจ่ายเงินซื้อสื่อ ถ้าเชื่อสื่อโดยไม่พิจารณาอะไรเลยก็โง่กว่าวัวควาย

ขอทุกท่านจงอยู่เป็นธรรมดาของท่านเสมอ

About these ads

1 ความเห็น »

  1. เห็นด้วยครับ แต่การที่พระองค์ทรงประชวรเป็นเวลานาน ก็ถือเป็นต้นตออีกอันหนึ่งได้เช่นกัน ขอถามตรงๆครับ 30ฉบับแล้วนะครับท่าน มองตัวเลขแล้วใจหายวาบเลย

    ความเห็น โดย leeyiankun — ตุลาคม 19, 2009 @ 11:42 pm | ตอบกลับ


RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้ TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

The Rubric Theme. Get a free blog at WordPress.com

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: